เด็กแว้นมันยั่วเย็ด ตอนแรก

สิ่งเดียวที่ฉันโคตรจะไม่ชอบเลยนั่นก็คือ การต้องกลับไปอยู่กับยายที่บ้านนอก เพราะว่าที่กรุงเทพอยู่ไม่ได้แล้ว งานก็ไม่มี คนติดเชื้อก็เยอะเหลือเกินจนไม่รู้ว่าจะทำอะไรกิน แต่ด้วยที่บ้านของยายนั้นค่อนข้างสะดวกปลอดภัย เลยทำให้ต้องกลับไปอยู่กับยายที่ต่างจังหวะ และเมื่อมาถึงก็ต้องกักตัว 14 วันตามกฎหมายกำหนดนั่นแหละ ที่กักตัวของฉันเป็นอพาร์ตเม้นต์แห่งหนึ่ง ที่ทางการจัดให้ กักตัวได้ 2 คน สำหรับฉันแล้วไม่ได้ซีเรียสอะไรจริงๆ กับการมากักตัว แต่เพราะว่าต้องมากักตัวในห้องพักเดียวกับเด็กผู้ชายนี่แหละมันเลยทำอะไรไม่สะดวก เพราะจำนวนห้องมันเต็มพอดี ถ้าไม่พักที่นี่ ก็จะต้องไปวัด ฉันเลยจำยอมที่จะพักที่นี่ ซึ่งทางเด็กวัยรุ่นคนนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาดูยินดีด้วยซ้ำ…ก็แหงละ วันแรกที่เดินเข้าห้องมาก็มองนมฉันแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันสบายใจได้นั่นก็คือว่า เขาฉีควัคซีนและมีเอกสารครบถ้วนปลอดภัยเหมือนกับฉัน เขาเลยพยายามจะให้ความมั่นใจกับฉันว่า 

“ตอนที่พ่อาบน้ำ ผมจะออกไปนั่งเล่นที่ระเบียง พอเสร็จแล้วพี่ก็บอกผมมนะ…แต่ถ้าผมอาบน้ำ ผมก็จะแต่งตัวเสร็จในห้องน้ำเลย” 

ซึ่งสองสามคืนแรก ทุกๆ อย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี หลังจากที่เปิดใจคุยกัน เราก็สนิทกันมากขึ้น ส่วนคนอื่นๆ ก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก ฉันดูห้าวๆ เหมือนทอม ถึงจะนมใหญ่เท่าลูกมะพร้าวแต่ผมสั้นก็ต้องโดนตัดสินว่าเป็นทอมอยู่ดี เขาคนนั้นชื่อว่า “เป้” เป็นหนุ่มออฟฟิศจากอีกจังหวัดหนึ่ง ตัวเขามีรอยสักที่สวยบ้างขี้เหร่บ้าง เขาเล่าให้ฟังว่าตอนที่เรียนม.ต้นค่อนข้างห้าว อยู่แก๊งค์เด็กแว้น เสเพลไปทั่ว สักมั่วๆ ตั้วๆ ไปจนเละไปหมด จนเริ่มโต ก็เริ่มสักทับ สักไปสักมาเลยกลายเป็นเต็มแขนไปหมดเลย เขาเป็นคนหน้าตาคมเข้ม ก็ไม่ได้หล่ออะไรมากมาย แต่ก็ดูดีในระดับหนึ่ง ยิ่งรู้จักกันมากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกได้เลยว่าเขาเป็นคนช่างพูดช่างคุย แล้วก็ให้เกียรติฉันมากๆ จนรู้สึกว่าโชคดีจริงๆ ที่ได้อยู่กับเขา เพราะตอนที่อยู่หอพัก เพื่อนผู้หญิงของฉันซกมกมากๆ จนตอนนี้เป้กลายเป็นคนที่ฉันชอบมากกว่ารูมเมทฉันอีก

เข้าสู่ช่วงอาทิตย์ที่สอง เราก็สนิทกันมากขึ้น ไม่มีอาการแปลกประหลาดอะไรเลย นั่นจึงทำให้เราเริ่มทำตัวปกติได้มากขึ้น แล้วก็กลายเป็นว่าฉันเริ่มแพ้ใกล้ชิดมากขึ้น เพราะเขาน่ารักมากเกินไปจริงๆ จนกระทั่งคืนหนึ่ง ฉันปวดท้องเลยลุกขึ้นมากลางดึก ปรากฏว่าเป้นอนถอดเสื้อและสวมบอกเซอร์แค่ตัวเดียว นอนเกาพุงอยู่ แล้วที่สำคัญก็คือ เขาไม่ได้ใส่กางเกงใน นั่นทำให้ฉันดันเหลือบตาไปเห็นที่ขาข้างหนึ่ง ซึ่งขาบอกเซอร์มันเลื่อนขึ้นมาสูงจนกระทั่งได้เห็นควยของเขาที่ลอดออกมา ซึ่งมันยังไม่แข็ง แต่ว่ามันใหญ่มากๆ ฉันที่พยายามจะไม่คิดเรื่องลามกอะไรพวกนี้ก็เริ่มไม่ไหวแล้วละ เพราะว่าควยใหญ่ๆ หัวถอกหน่อยๆ มาจ่ออยู่ตรงหน้า ก่อนที่เขาจะละเมอเกาขาของเขาจนอาจจะเผลอไปสะกิดโดนควย ทำให้มันค่อยๆ แข็งขึ้นตรงหน้าฉันอย่างช้าๆ กระทั่งตั้งโด่จนฉันต้องกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ควยของเขาเป็นลำตรงสวย ใหญ่มากๆ อีกด้วย แถมส่วนปลายก็ถอกลงมาหน่อยๆ เผยให้เห็นส่วนหัวควยที่อมชมพูหน่อย พร้อมกับเส้นเลือดที่ปูดโปนรอบๆ ลำควยนั่น ฉันกำหมัดแน่นแล้วไปเข้าห้องน้ำทันที ก่อนที่จะค่อยๆ เดินออกมาแบบย่องๆ แต่ก็ปรากฏว่าเขากำลังหยิบกางเกงมาใส่ พอหันมาเห็นใจก็ตกใจร้องเสียงดัง

“เชี่ย…ตกใจ” เขาพูด ก่อนจะหน้าแดงก่ำ “นี่ลุกไปเข้าห้องน้ำตอนไหนเนี่ย ?”

“สะ…สักพัก” ฉันบอก “แต่ไม่เห็นอะไรนะ ไม่เห็น ไม่ต้องคิดมากเลย…” ฉันพูดออกไปแบบนั้นเพราะว่ากลัวด้วย ตื่นเต้นด้วย รีบกระโจนขึ้นเตียงแล้วห่มผ้าหันหลังให้เขาทันที ก่อนที่เป้จะนั่งหัวเราะอยู่บนเตียง

“เห็นก็บอกดดิพี่…” เป้พูด “มันก็ต้องมีบ้างนั่นแหละ คนเราไม่ได้ปล่อยมาตั้งแต่วันแรก มันก็ต้องโด่กันบ้าง พี่ก็คงไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ขนาดไม่เคยเห็นหรอกมั้ง…”

ฉันค่อยๆ หันกลับไปแบบเกร็งๆ “ทีหลังก็นอนใส่กางเกงในสิ…จะทิ่มตาอยู่แล้ว”

“ขอโทษครับ…อย่าบอกแฟนพี่นะ ว่าเจออะไรแบบนี้ ผมโดนตีนฟรีเลย”

ฉันแค่นหัวเราะ “เหอะ…เพิ่งโดนทิ้งมาหมาดๆ จะเห็นกี่รอบก็ได้”

“ฮั่นแน่ะ…พูดเหมือนอยากเห็นอีก” เราหัวเราะคิกคัก “ผมก็โชว์ได้นะ…เพราะว่าโสด ใหญ่ ไม่มีใครเอา”

“เดี๋ยวนี้เริ่มปากหมานะ” ฉันพูดแล้วหันหลังกลับไป ก่อนจะรู้สึกว่าใจเต้นจริงๆ ที่ได้เห็นอะไรแบบนั้น ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง แต่ก็…อยากเห็นอีก ฉันก็เป็นคนๆ หนึ่ง มีอารมณ์เหมือนกัน มีความวูบไหวไม่ต่างจากใครๆ ไม่ได้อยู่ว่าเป็นผู้ชายผู้หญิง แต่เราก็ไม่มีอะไรเกินเลยมากกว่านั้น เขายับงให้เกียรติฉันเหมือนเดิม กระทั่งคืนสุดท้ายของการกักตัว…เขาเดินมาหาฉันแล้วเอาเจลแอลกอฮอล์มาให้ฉันโหลนึง

“ผมทำงานที่บริษัททำเจลอะ…ถ้าพี่ออกไปจะได้ไม่ต้องซื้อ” เขายิ้ม “เวลาทาเจลจะได้คิดถึงผมด้วย…”

“เว่อร์”

“แต่มันเอาไว้ทามือนะพี่ อย่าเอาไปทาอย่างอื่นเย็นวาบเลย…”

“ไอ้เป้” 

“หยอกๆ…แต่อันนี้ไม่หยอกนะ…ถามหน่อยดิ”

“ว่า…”

“ถ้ากักตัวเสร็จ…ผมจีบพี่ได้มั้ย ผมว่าพี่น่ารักดีอ่ะ โสดด้วย พอดีเลย…” เขาพูดแล้วยิ้ม “ผมก็ไม่ได้ขี้เหร่นะ ถ้าพี่เปิดใจให้ผู้ชายมีรอยสัก…ก็ช่วยให้เบอร์ เฟซ หรือไลน์ผมด้วย”

ฉันใจเต้นแรงจนไม่รู้ว่าจะพูดยังไง แต่ในใจก็ดีใจแหละ ฉันว่าเขาน่ารักดี รอยสักก็ไม่ได้แย่ ไม่ได้ทำให้ลุคลิกของเขาดูแย่ลงไป อีกทั้งสูงยาวเข่าดีแบบนี้ ถ้าได้เดินด้วยกันคงจะโดดเด่นหน้าดูเหมือนกัน

“โตๆ กันแล้ว ไม่ต้องจีบหรอก…”

“อะไร…จะบอกว่าจะให้ผมเป็นแฟนเหรอ ?”

“ไม่อะ” ฉันยิ้ม “ขอลองของก่อน…”

เขานิ่ง แต่ก็ยิ้มออกมาแบบแบดบอย “อย่าท้านะครับ…”

“ถ้าคืนนี้ถึงใจ พรุ่งนี้เช้า พาไปไหว้แม่เลย”

“ผมเอาจริงนะพี่…”

ฉันค่อยๆ ถอดเสื้อออก แล้วปลดชั้นใน ก่อนจะยกยิ้มให้เขา “หรือว่านี่เอาไม่จริง”